เข้าใจ 3 ประเด็นสำคัญ: ถอนเงินไม่ใช้บัตร, ผ่านแอป, และตู้ ATM

ในยุคดิจิทัลปี 2026 การถอนเงินสดไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป บทความนี้จะเจาะลึก 3 ประเด็นสำคัญที่คุณต้องรู้ เริ่มตั้งแต่วิธีการถอนเงินไม่ใช้บัตรผ่านแอปธนาคารชั้นนำ ไปจนถึงขั้นตอนอย่างละเอียดที่หน้าตู้ ATM เพื่อให้คุณทำธุรกรรมได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยสูงสุด
ถอนเงิน - ถอนเงินไม่ใช้บัตร

ภาพประกอบเกี่ยวกับ ถอนเงินไม่ใช้บัตร

วิธีถอนเงินไม่ใช้บัตร 2569

ในปี 2569 วิธีถอนเงินไม่ใช้บัตร ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของ ธุรกรรมทางการเงิน ที่สะดวกและปลอดภัย ลบความกังวลเรื่องการลืมพกบัตรหรือกังวลว่าบัตรจะชำรุด โดย ดิจิทัลแบงก์กิ้ง และ โมบายแบงก์กิ้ง ของธนาคารไทยได้พัฒนาบริการนี้ให้เข้าถึงง่ายและครอบคลุมทุกเครือข่าย ธุรกรรมนี้ทำงานผ่าน แอปพลิเคชันธนาคาร บนสมาร์ทโฟนของคุณ โดยใช้เทคโนโลยี QR Code หรือการสร้าง รหัสถอนเงิน ชั่วคราว ซึ่งเป็น บริการไม่ใช้บัตร ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

ขั้นตอนการทำรายการ โดยทั่วไปมีกระบวนการที่คล้ายกัน across ธนาคารหลักๆ เริ่มจากเปิดแอปของธนาคารที่คุณใช้ เช่น K PLUS (ธนาคารกสิกรไทย), แอป SCB EASY (ธนาคารไทยพาณิชย์), กรุงไทย NEXT (ธนาคารกรุงไทย), krungsri app (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา), KKP MOBILE (ธนาคารเกียรตินาคินภัทร) หรือแอปของ ธนาคารออมสิน จากนั้นเลือกเมนู "ถอนเงินไม่ใช้บัตร" หรือ "Cardless Withdrawal" ระบบจะให้คุณกำหนดจำนวนเงินที่ต้องการถอน ซึ่งต้องอยู่ภายใน วงเงินถอน ที่ธนาคารกำหนดต่อวัน จากนั้นคุณจะได้รับ รหัสถอนเงิน ตัวเลขหรือ QR Code พิเศษที่มีอายุการใช้งานจำกัด (มักจะ 2-5 นาที) พร้อมกับ e-Slip ในแอป นำรหัสหรือ QR Code นี้ไปที่ ตู้ ATM ของเครือข่ายที่รองรับ

ตัวอย่างการใช้งานที่ตู้ ATM: เมื่อคุณไปที่ ตู้ ATM (เช่น K-ATM ของกสิกรไทย หรือตู้ของธนาคารอื่นที่รองรับบริการข้ามเครือข่าย) ให้เลือกเมนู "ถอนเงินไม่ใช้บัตร" หรือ "QR Cash Withdrawal" บนหน้าจอ จากนั้นคุณจะมีสองวิธีหลัก: 1) สแกน QR Code ถอนเงิน ที่แสดงบนแอปของคุณ โดยนำไปสแกนที่หัวอ่าน QR Code ของตู้ ATM หรือ 2) กรอก รหัสถอนเงิน ตัวเลขที่ได้รับจากแอปด้วยตนเอง หลังจากนั้นตู้ ATM จะดำเนินการ ยืนยันการทำรายการ และอาจส่ง รหัส OTP ไปยังโทรศัพท์ของคุณเพื่อขั้นตอน ความปลอดภัยของบัญชี เพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เมื่อยืนยันเสร็จสิ้น ตู้ ATM ก็จะจ่ายเงินสดออกมาให้คุณทันที โดยรายการทั้งหมดจะถูกบันทึกในแอปและส่ง e-Slip ให้คุณเก็บไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากตู้ ATM แล้ว อีกช่องทางสำคัญคือ การถอนเงินไม่ใช้บัตรผ่านตัวแทนธนาคาร หรือที่เรียกว่า แบงก์กิ้งเอเย่นต์ ซึ่งเป็นจุดให้บริการเช่น ร้านค้าต่างๆ ที่มีสัญลักษณ์รับฝาก-ถอนเงิน โดยใช้แอปธนาคารสร้าง QR Code หรือรหัสเพื่อให้พนักงานที่ร้านสแกนหรือกรอกให้ คุณก็จะได้รับเงินสดโดยไม่ต้องไปที่ตู้ ATM เลย ซึ่งเหมาะสำหรับพื้นที่ที่ตู้ ATM ห่างไกล ข้อควรระวังสำคัญคือ ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน บางกรณี โดยเฉพาะการ ธุรกรรมข้ามธนาคาร (เช่น ใช้แอปธนาคารกสิกรไทยไปถอนที่ตู้ธนาคารกรุงไทย) อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งควรตรวจสอบ คู่มือการใช้งานแอป หรือเงื่อนไขล่าสุดของแต่ละธนาคารในปี 2569 นี้ให้แน่ชัด

เพื่อ ความปลอดภัยของบัญชี สูงสุด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้เสมอ: อย่าแชร์ รหัสถอนเงิน หรือ QR Code ที่สร้างขึ้นกับใคร ไม่ควรบันทึกรูปภาพ QR Code ไว้ในเครื่อง และควรปิดแอปธนาคารเมื่อไม่ใช้งาน การใช้ รหัส OTP และการ ยืนยันการทำรายการ ด้วยไบโอเมตริกซ์ (เช่น ลายนิ้วมือ, Face ID) เป็นชั้นเสริมนั้นสำคัญมาก บริการ ถอนเงินไม่ใช้บัตร ในปัจจุบันยังรองรับ ธุรกรรมผ่านมือถือ แบบครบวงจร ไม่เพียงแต่การ กดเงินไม่ใช้บัตร เท่านั้น แต่รวมถึงการตรวจสอบยอดและประวัติการทำรายการทันที ทำให้คุณจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วในยุคที่ทุกอย่างเป็นดิจิทัลอย่างสมบูรณ์

ถอนเงิน - ตู้ ATM

ภาพประกอบเกี่ยวกับ ตู้ ATM

ค่าธรรมเนียมและวงเงินล่าสุด

เมื่อพูดถึง ค่าธรรมเนียมและวงเงินล่าสุด สำหรับบริการ ถอนเงินไม่ใช้บัตร ในปี 2026 นี้ ต้องบอกว่ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ความสะดวกและความคุ้มค่าสำหรับผู้ใช้บริการ ดิจิทัลแบงก์กิ้ง โดยหลักแล้ว ค่าธรรมเนียมจะขึ้นอยู่กับช่องทางที่คุณเลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็นผ่าน ตู้ ATM ของธนาคารตัวเองหรือธนาคารอื่น และประเภทของบริการ เช่น การถอนเงินไม่ใช้บัตร แบบสแกน QR Code หรือผ่าน แบงก์กิ้งเอเย่นต์

เริ่มจากตู้ ATM ของธนาคารในเครือเดียวกัน เช่น คุณใช้แอป K PLUS ของ ธนาคารกสิกรไทย ไปถอนเงินที่ตู้ K-ATM ด้วย รหัสถอนเงิน หรือ สแกน QR Code ถอนเงิน ส่วนใหญ่จะไม่เสียค่าธรรมเนียมสำหรับจำนวนครั้งที่จำกัดต่อเดือน ซึ่งนโยบายนี้คล้ายกันในหลายธนาคาร อย่าง แอป SCB EASY จาก ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ กรุงไทย NEXT จาก ธนาคารกรุงไทย แต่หากเกินจำนวนครั้งที่กำหนด อาจมีค่าธรรมเนียมรายครั้งประมาณ 10-20 บาท สำหรับ ธุรกรรมข้ามธนาคาร ผ่านตู้ ATM ที่ไม่ใช่เครือเดียวกัน ค่าธรรมเนียมในปี 2026 นี้ยังคงอยู่ที่ประมาณ 20-30 บาทต่อรายการ แต่แนะนำให้ตรวจสอบนโยบายล่าสุดใน แอปพลิเคชันธนาคาร ของคุณเสมอ เพราะบางธนาคารอาจมีโปรโมชั่นลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับลูกค้าที่ใช้บริการบ่อย

ส่วน วงเงินถอน ต่อรายการและต่อวันนั้น ได้มีการปรับเพิ่มขึ้นเพื่อความคล่องตัว ตัวอย่างเช่น ธนาคารกสิกรไทย ผ่าน K PLUS: วงเงินถอนไม่ใช้บัตรต่อรายการสูงสุดมักอยู่ที่ 20,000 - 30,000 บาท วงเงินรวมต่อวันอาจสูงถึง 100,000 - 200,000 บาท ขึ้นอยู่กับระดับการยืนยันตัวตนในแอป ธนาคารไทยพาณิชย์ ผ่าน SCB EASY: มีวงเงินถอนผ่าน QR Code ที่ตู้ ATM สูงสุดรายการละ 30,000 บาท วงเงินรวมต่อวันสามารถตั้งค่าได้สูงสุด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ผ่าน krungsri app: วงเงินสำหรับบริการ กดเงินไม่ใช้บัตร ก็อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน คือประมาณ 20,000 - 50,000 บาทต่อรายการ ธนาคารออมสิน และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร ผ่าน KKP MOBILE: ก็มีนโยบายปรับวงเงินให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตดิจิทัล โดยวงเงินมักเริ่มต้นที่หมื่นกว่าบาทและปรับเพิ่มได้ตามความต้องการ

ช่องทางที่น่าสนใจและอาจช่วยคุณประหยัดค่าธรรมเนียมได้คือบริการ ถอนเงินผ่านตัวแทนธนาคาร หรือ แบงก์กิ้งเอเย่นต์ เช่น ที่ร้านสะดวกซื้อหรือจุดให้บริการต่างๆ โดยใช้แอปของธนาคารสร้าง QR Code เพื่อให้ตัวแทนสแกนและจ่ายเงินสดให้ คุณ ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน ผ่านช่องทางนี้ของหลายธนาคารในปี 2026 มักจะถูกกว่าหรือบางแห่งไม่มีค่าธรรมเนียมเลยสำหรับลูกค้าของตัวเอง แต่จะมีวงเงินถอนต่อครั้งที่ต่ำกว่า เช่น ครั้งละ 5,000 - 10,000 บาท ซึ่งเหมาะสำหรับการถอนเงินใช้สดย่อยๆ

ขั้นตอนการทำรายการ สำหรับการถอนเงินไม่ใช้บัตรนั้นคล้ายกันทั่วๆ ไป คือคุณต้องเปิดแอปพลิเคชัน เลือกเมนูถอนเงินไม่ใช้บัตรหรือบริการที่คล้ายกัน ระบบจะสร้าง รหัสถอนเงิน ตัวเลขหรือ QR Code พร้อมระบุจำนวนเงิน จากนั้นคุณไปที่ตู้ ATM ที่รองรับ เลือกเมนูถอนเงินไม่ใช้บัตร แล้วป้อนรหัสหรือสแกนคิวอาร์โค้ดที่หน้าจอตู้ เงินสดก็จะออกมาให้คุณทันที ความปลอดภัยของบัญชี ยังเป็นหัวใจสำคัญ ในทุกขั้นตอนคุณจะต้องมีการ ยืนยันการทำรายการ ผ่าน รหัส OTP หรือการสแกนลายนิ้วมือ/ใบหน้าในแอป ซึ่งช่วยป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังทำรายการเสร็จ แอปจะสร้าง e-Slip หรือใบเสร็จดิจิทัลให้คุณเก็บไว้เป็นหลักฐานได้ทันที

เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมที่ไม่จำเป็น ให้ลองปฏิบัติตามนี้: ศึกษานโยบายค่าธรรมเนียมและวงเงินล่าสุดในแอปธนาคารของคุณเป็นประจำ เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลง ใช้บริการถอนเงินในเครือข่ายของธนาคารตัวเองให้มากที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมข้ามธนาคาร และสำหรับการถอนเงินจำนวนไม่มาก ลองพิจารณาช่องทาง แบงก์กิ้งเอเย่นต์ ที่อาจมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่า หรือใช้บริการโอนเงินผ่านแอปไปยังบัญชีเพื่อนหรือครอบครัวแล้วให้พวกเขาถอนเงินให้แทนหากจำเป็น การทำความเข้าใจ ค่าธรรมเนียมและวงเงินล่าสุด จะช่วยให้คุณจัดการ ธุรกรรมทางการเงิน ผ่าน โมบายแบงก์กิ้ง ได้อย่างชาญฉลาดและประหยัดมากขึ้นในยุคดิจิทัลเช่นนี้

คำถามที่พบบ่อย

ในปี 2569 สามารถถอนเงินที่ร้าน 7-Eleven จากธนาคารอะไรได้บ้าง

บริการถอนเงินสดที่ร้าน 7-Eleven ผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารยังคงเป็นที่นิยมและสะดวกสบายอย่างยิ่งในปี 2569 ลูกค้าสามารถทำรายการผ่านแอปของธนาคารพันธมิตรชั้นนำได้เกือบทุกแห่ง ทำให้การเข้าถึงเงินสดเป็นเรื่องง่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพียงแค่สร้างรายการในแอปแล้วนำ QR Code ไปแสดงที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสเพื่อสแกนและรับเงินสด

  • ธนาคารที่เข้าร่วม:** ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำส่วนใหญ่ เช่น กสิกรไทย, ไทยพาณิชย์, กรุงไทย, กรุงเทพ และกรุงศรีอยุธยา
  • ขั้นตอนการถอน:** สร้างรายการถอนเงินในโมบายแบงก์กิ้ง แล้วนำ QR Code หรือบาร์โค้ดไปสแกนที่เคาน์เตอร์ 7-Eleven พร้อมยืนยันตัวตน
  • ค่าธรรมเนียมและวงเงิน:** โดยทั่วไปมีค่าธรรมเนียม 15-20 บาทต่อรายการ และมีวงเงินถอนสูงสุดต่อวันตามที่แต่ละธนาคารกำหนด

สามารถใช้แค่บัตรประชาชนเพื่อถอนเงินที่ธนาคารได้หรือไม่

ท่านสามารถใช้บัตรประชาชนตัวจริงเพื่อถอนเงินจากบัญชีของท่านเองได้ แต่จะทำได้เฉพาะที่เคาน์เตอร์สาขาของธนาคารเท่านั้น วิธีนี้เป็นมาตรการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยในกรณีที่ท่านลืมสมุดบัญชีหรือบัตรเอทีเอ็ม โปรดทราบว่าไม่สามารถใช้บัตรประชาชนเพียงอย่างเดียวเพื่อถอนเงินที่ตู้ ATM ได้

  • สถานที่ทำรายการ:** สามารถทำได้เฉพาะที่เคาน์เตอร์ธนาคารสาขาที่ท่านเป็นเจ้าของบัญชี
  • เอกสารที่ต้องใช้:** บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริงที่ยังไม่หมดอายุ และต้องเป็นเจ้าของบัญชีเท่านั้น
  • ขั้นตอนการยืนยันตัวตน:** พนักงานจะตรวจสอบข้อมูลจากบัตรประชาชนและให้ท่านลงลายมือชื่อบนเอกสารเพื่อยืนยันการทำธุรกรรม

หากต้องการถอนเงินสดจำนวนมากเกิน 50,000 บาท ต้องทำอย่างไร

การถอนเงินสดจำนวนมากเกิน 50,000 บาท แนะนำให้ทำรายการที่เคาน์เตอร์ธนาคารโดยตรงเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากตู้ ATM ส่วนใหญ่จำกัดวงเงินถอนต่อครั้งและต่อวัน สำหรับยอดเงินที่สูงมาก เช่น เกิน 500,000 บาท ควรแจ้งธนาคารล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันทำการ เพื่อให้สาขาสำรองเงินสดไว้เพียงพอ

  • ช่องทางที่แนะนำ:** ติดต่อเคาน์เตอร์บริการที่สาขาของธนาคารโดยตรง
  • การแจ้งล่วงหน้า:** สำหรับยอดเงินจำนวนมาก ควรโทรศัพท์แจ้งสาขาที่ต้องการไปทำรายการล่วงหน้า 1-2 วันทำการ
  • เอกสารยืนยันตัวตน:** ต้องใช้สมุดบัญชี หรือบัตรเดบิต/เครดิต พร้อมบัตรประชาชนตัวจริงเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของบัญชี

วิธีการถอนเงินสดจากตู้ ATM โดยไม่ใช้บัตร (Cardless Withdrawal) ทำอย่างไร

การถอนเงินไม่ใช้บัตรเป็นบริการที่สะดวกและปลอดภัยผ่านแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้งของธนาคารต่างๆ ท่านสามารถสร้างรายการถอนเงินบนสมาร์ทโฟนและรับรหัสเพื่อนำไปกดเงินสดที่ตู้ ATM ของธนาคารนั้นๆ ได้ทันทีภายในเวลาที่กำหนด ช่วยลดความเสี่ยงจากการลืมบัตรหรือบัตรถูกคัดลอกข้อมูล (Skimming)

  • ขั้นตอนในแอปพลิเคชัน:** เข้าสู่ระบบโมบายแบงก์กิ้ง เลือกเมนู 'ถอนเงินไม่ใช้บัตร' ระบุจำนวนเงิน และยืนยันเพื่อรับรหัสถอนเงิน
  • ขั้นตอนที่ตู้ ATM:** เลือกเมนู 'ถอนเงินไม่ใช้บัตร' ที่หน้าจอตู้ ATM กรอกเบอร์โทรศัพท์มือถือและรหัสถอนเงินที่ได้รับจากแอป
  • ข้อควรระวัง:** รหัสถอนเงินมีอายุการใช้งานจำกัด (โดยทั่วไป 5-15 นาที) และไม่ควรเปิดเผยรหัสนี้ให้ผู้อื่นทราบ

การถอนเงินผ่านแอปพลิเคชันที่ร้านสะดวกซื้อหรือตัวแทนธนาคารปลอดภัยหรือไม่

การถอนเงินผ่านแอปพลิเคชันที่ตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) เช่น ร้านสะดวกซื้อ มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากใช้ระบบยืนยันตัวตนหลายชั้นและรหัสแบบใช้ครั้งเดียว ท่านต้องเข้าสู่ระบบแอปพลิเคชันด้วยรหัสผ่านหรือไบโอเมตริกซ์ (ลายนิ้วมือ/ใบหน้า) ก่อน จากนั้นระบบจะสร้าง QR Code ที่มีอายุสั้นสำหรับทำธุรกรรม ทำให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลทางการเงินของท่านจะปลอดภัย

  • การยืนยันตัวตน:** ต้องล็อกอินเข้าแอปพลิเคชันด้วยรหัสผ่าน, PIN, หรือการสแกนลายนิ้วมือ/ใบหน้า
  • รหัสแบบใช้ครั้งเดียว:** QR Code หรือบาร์โค้ดที่สร้างขึ้นมีอายุการใช้งานสั้นและใช้ได้เพียงครั้งเดียวต่อหนึ่งธุรกรรม
  • การแจ้งเตือนทันที:** ท่านจะได้รับการแจ้งเตือน (Push Notification) จากธนาคารทันทีเมื่อทำรายการสำเร็จ เพื่อให้ตรวจสอบความถูกต้องได้

ค่าธรรมเนียมในการถอนเงินข้ามเขตหรือข้ามธนาคารในปี 2569 เป็นอย่างไร

ในปี 2569 อัตราค่าธรรมเนียมการถอนเงินข้ามเขตและข้ามธนาคารยังคงเป็นไปตามประกาศของแต่ละธนาคาร โดยทั่วไปการถอนเงินข้ามธนาคารในเขตเดียวกันจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม 3-4 ครั้งแรกในแต่ละเดือน หลังจากนั้นจะเริ่มคิดค่าบริการ ส่วนการถอนเงินข้ามเขตหรือทั้งข้ามเขตและข้ามธนาคารจะมีค่าธรรมเนียมที่สูงกว่า

  • ถอนข้ามธนาคาร (ในเขตเดียวกัน):** ฟรี 3-4 ครั้งแรกของเดือน หลังจากนั้นคิดค่าบริการประมาณ 10 บาทต่อรายการ
  • ถอนข้ามเขต (ธนาคารเดียวกัน):** อาจมีค่าธรรมเนียมประมาณ 15 บาทต่อรายการ (หลังจากครบโควต้าฟรี หากมี)
  • ถอนข้ามธนาคารและข้ามเขต:** มีค่าธรรมเนียมรวมกัน อาจเริ่มต้นที่ 20-25 บาทต่อรายการ

หากตู้ ATM ไม่จ่ายเงินแต่ยอดเงินในบัญชีถูกหักไปแล้ว ควรทำอย่างไร

หากเกิดกรณีที่ตู้ ATM ไม่จ่ายเงินสดออกมาแต่ระบบได้หักเงินจากบัญชีของท่านไปแล้ว ขอให้ท่านตั้งสติและดำเนินการตามขั้นตอนโดยเร็วที่สุด โปรดเก็บใบบันทึกรายการ (สลิป) ไว้เป็นหลักฐานหากมี และรีบติดต่อคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารเจ้าของบัตรเพื่อแจ้งปัญหาและอายัดรายการ โดยปกติธนาคารจะสามารถตรวจสอบและคืนเงินเข้าบัญชีให้ท่านได้

  • ติดต่อธนาคารทันที:** โทรหาคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารผู้ออกบัตร (เบอร์โทรศัพท์จะอยู่ด้านหลังบัตร ATM) เพื่อแจ้งปัญหา
  • เตรียมข้อมูลสำคัญ:** แจ้งรายละเอียดที่จำเป็นแก่เจ้าหน้าที่ เช่น วันที่, เวลา, หมายเลขตู้ ATM, สถานที่ตั้ง และจำนวนเงิน
  • ระยะเวลาดำเนินการ:** ธนาคารจะใช้เวลาตรวจสอบและปรับปรุงยอดเงินคืนภายใน 3-7 วันทำการสำหรับตู้ธนาคารเดียวกัน และอาจนานกว่านั้นสำหรับตู้ต่างธนาคาร

การถอนเงินสดจากบัตรเดบิตไทยในต่างประเทศมีขั้นตอนและค่าใช้จ่ายอย่างไร

ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ ท่านจำเป็นต้องเปิดใช้งานบัตรเดบิตสำหรับทำธุรกรรมในต่างประเทศก่อน ซึ่งสามารถทำได้ผ่านแอปพลิเคชันธนาคารหรือติดต่อคอลเซ็นเตอร์ เมื่อถึงที่หมาย ท่านสามารถถอนเงินสดได้จากตู้ ATM ที่มีสัญลักษณ์เครือข่ายเดียวกับบัตรของท่าน เช่น PLUS (สำหรับบัตร Visa) หรือ Cirrus (สำหรับบัตร Mastercard)

  • การเปิดใช้งานบัตร:** ต้องเปิดใช้งานฟังก์ชันการใช้งานในต่างประเทศ (International Usage) ก่อนเดินทางทุกครั้ง
  • ค่าธรรมเนียม:** โดยทั่วไปมีค่าธรรมเนียมการกดเงินสดครั้งละ 100-150 บาท และอาจมีค่าความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 2.0-2.5% ของยอดเงินที่ถอน
  • การสังเกตตู้ ATM:** มองหาตู้ ATM ที่มีโลโก้เครือข่าย เช่น PLUS, Cirrus, หรือ UnionPay ที่ตรงกับประเภทบัตรของท่าน