เข้าใจ 3 ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเงื่อนไขถอนเงิน: ช่องทาง, วงเงิน และค่าธรรมเนียม

ในปี 2026 การทำความเข้าใจเงื่อนไขถอนเงินถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการจัดการบัญชีธนาคารให้มีประสิทธิภาพ แต่ละสถาบันการเงินมีข้อกำหนดแตกต่างกันไป ทั้งเรื่องวงเงินสูงสุดต่อวัน, ค่าธรรมเนียม, และช่องทางการถอนเงิน ไม่ว่าจะเป็นผ่านแอปพลิเคชัน, ตู้ ATM หรือสาขา บทความนี้ได้รวบรวม 3 ประเด็นหลักที่ต้องรู้ เพื่อให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยที่สุด
เงื่อนไขถอนเงิน - ธนาคาร

ภาพประกอบเกี่ยวกับ ธนาคาร

เงื่อนไขถอนเงิน 2569

เมื่อพูดถึง เงื่อนไขถอนเงิน 2569 หรือปี พ.ศ. 2569 นี้ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงขั้นตอนง่ายๆ ที่ธนาคารต่างๆ กำหนดไว้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เงื่อนไขเหล่านี้ได้พัฒนาตาม กฎระเบียบสถาบันการเงิน และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างความปลอดภัยและความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้น โดยมี ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นผู้กำกับดูแลหลัก เงื่อนไขพื้นฐานที่ยังคงสำคัญเสมอก็คือการ ยืนยันตัวตน ในทุกครั้งที่ทำ ธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะผ่าน เคาน์เตอร์เซอร์วิส ที่สาขา ธนาคาร โดยตรง หรือผ่าน บริการตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) ที่พบได้ตามร้าน บิ๊กซี หรือจุดให้บริการอื่นๆ ในปี 2569 นี้ มาตรการยืนยันตัวตนอาจเข้มงวดขึ้น โดยอาจต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนพร้อมใบหน้า (Face Verification) หรือการรับ OTP ผ่านแอปธนาคาร แม้แต่การถอนเงินผ่าน บริการถอนเงิน ที่ตู้ ATM ก็อาจมี วงเงินฝาก-ถอน ต่อวันที่แตกต่างกันไปตามประเภท บัญชีธนาคาร และระดับการยืนยันตัวตนของลูกค้า

สำหรับ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ และ บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ทั่วไป เงื่อนไขสำคัญที่ต้องทราบคือ อำนาจเซ็นถอน และเอกสารที่ต้องใช้ โดยเฉพาะเมื่อทำธุรกรรมจำนวนมากที่สาขา ธนาคารส่วนใหญ่ยังคงขอให้ลูกค้านำ สมุดเงินฝาก และบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงไปแสดง แต่แนวโน้มในปี 2569 เริ่มให้ความสำคัญกับ แอปธนาคาร และ โมบายแบงก์กิ้ง มากขึ้น โดยลูกค้าสามารถตั้งค่าขีดจำกัดการถอนเงินต่อวันได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของ ข้อกำหนดและเงื่อนไข ด้านความปลอดภัยใหม่ที่ลูกค้าควรตั้งค่าให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้เงินของตนเอง นอกจากนี้ ค่าธรรมเนียม ในการถอนเงินก็เป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ธนาคารกรุงเทพ และสถาบันการเงินอื่นๆ อาจมีการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมสำหรับการถอนเงินเกินจำนวนครั้งที่กำหนดในสาขาของธนาคารอื่น (ต่างธนาคาร) หรือการถอนเงินผ่านตัวแทนที่อาจมีค่าบริการเพิ่มเติมเล็กน้อย

ในส่วนของ บริการฝากเงิน และ ฝาก-ถอนเงินสด ผ่านช่องทางอื่นๆ นอกเหนือจากสาขา เช่น จุดให้บริการ หรือ Banking Agent นั้น เงื่อนไขในปี 2569 มักกำหนดวงเงินสูงสุดต่อครั้งและต่อวันที่ชัดเจน เพื่อควบคุมความเสี่ยงและปกป้อง สินทรัพย์สภาพคล่อง ของลูกค้า ตัวอย่างเช่น การฝากหรือถอนเงินผ่านตัวแทนอาจจำกัดอยู่ที่ครั้งละไม่เกิน 30,000-50,000 บาท ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละ บริษัทเงินทุน หรือสถาบันที่ให้บริการ และที่สำคัญคือลูกค้าต้องเก็บใบเสร็จรับเงินทุกครั้งเป็นหลักฐานจนกว่าเงินจะเข้า บัญชีเงินฝาก ของตนอย่างถูกต้อง การทำธุรกรรมผ่านช่องทางเหล่านี้ยังคงต้องอาศัยการยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนและหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้กับธนาคารเสมอ

นอกจากนี้ เงื่อนไขการถอนเงิน สำหรับเครื่องมือการชำระเงินแบบดั้งเดิมอย่าง เช็ค ยังคงมีบทบาทในปี 2569 โดยเฉพาะในวงธุรกิจ การสั่งจ่ายเงินด้วยเช็คยังต้องปฏิบัติตาม ระเบียบข้อบังคับ อย่างเคร่งครัด เช่น การลงลายมือชื่อต้องตรงกับแบบฟอร์มที่ธนาคารมีไว้ ลายเซ็นต้องไม่แตกต่างจากต้นฉบับที่ธนาคารเก็บรักษา และเช็คต้องไม่หมดอายุ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของ การเปิดเผยข้อมูลธนาคาร ต่อลูกค้าเพื่อป้องกันการฉ้อโกง ในมุมมองของ บริการธนาคาร รูปแบบใหม่ เทรนด์ในปี 2569 ยังส่งเสริมให้ลูกค้าใช้ ธุรกรรมทางการเงิน 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทางดิจิทัลเป็นหลัก ซึ่งมีเงื่อนไขด้านความปลอดภัยที่ซับซ้อนแต่ใช้งานง่าย เช่น การใช้ Biometric Login (ลายนิ้วมือ/การสแกนใบหน้า) ร่วมกับการยืนยันสองชั้น (2FA) ก่อนทำรายการถอนเงินหรือโอนเงินจำนวนมาก

สุดท้ายนี้ ลูกค้าทุกท่านควรศึกษารายละเอียด ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร บัญชีธนาคาร ของตนเองอย่างละเอียด เพราะเงื่อนไขบางข้ออาจเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายของธนาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการปรับปรุง ข้อกำหนดและเงื่อนไข ใหม่ในปี 2569 การเข้าใจเงื่อนไขเหล่านี้อย่างลึกซึ้งจะช่วยให้คุณวางแผน การฝากถอนเงิน และจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และใช้ บริการธนาคาร ได้อย่างเต็มที่ในยุคที่การเงินดิจิทัลและบริการแบบดั้งเดิมยังคงทำงานควบคู่กันไป

เงื่อนไขถอนเงิน - บัญชีธนาคาร

ภาพประกอบเกี่ยวกับ บัญชีธนาคาร

ค่าธรรมเนียมและระยะเวลา

เมื่อพูดถึง เงื่อนไขการถอนเงิน สิ่งที่ผู้ใช้บริการธนาคารต้องทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งและชัดเจนที่สุดก็คือเรื่องของ "ค่าธรรมเนียมและระยะเวลา" เพราะสองปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อสภาพคล่องและต้นทุนในการจัดการเงินของคุณ ในปี 2026 นี้ ภูมิทัศน์ บริการธนาคาร ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้ทั้ง ค่าธรรมเนียม และความรวดเร็วของ ธุรกรรมทางการเงิน มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ขึ้นอยู่กับช่องทางและประเภท บัญชีธนาคาร ที่คุณเลือกใช้

เริ่มจาก ค่าธรรมเนียม การถอนเงินผ่านช่องทางต่างๆ มีโครงสร้างค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การถอนเงินผ่าน เคาน์เตอร์เซอร์วิส ที่สาขาของ ธนาคารกรุงเทพ หรือธนาคารพาณิชย์อื่นๆ โดยตรง สำหรับลูกค้าของธนาคารนั้น มักจะไม่เสียค่าธรรมเนียม ถ้าถอนจากบัญชีของตนเองภายในขีดจำกัดที่กำหนด อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นลูกค้าธนาคาร A แต่ไปถอนเงินที่เคาน์เตอร์ของธนาคาร B คุณอาจถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการถอนข้ามธนาคาร ซึ่งอัตราอาจปรับเปลี่ยนตามนโยบายของแต่ละสถาบัน ในทางตรงกันข้าม การใช้บริการผ่าน จุดให้บริการ หรือ ตัวแทนธนาคาร (Banking Agent) เช่น ที่ บิ๊กซี หรือร้านค้าพาร์ทเนอร์ กลับอาจมีค่าธรรมเนียมที่ชัดเจนและบางครั้งถูกกว่าการถอนผ่านตู้ ATM ของธนาคารอื่น เนื่องจากธนาคารส่งเสริมการใช้ช่องทางนี้เพื่อลดภาระการจัดการเงินสด นี่คือจุดที่คุณต้องศึกษารายละเอียด ข้อกำหนดและเงื่อนไข ของธนาคารที่คุณใช้บริการให้ดี

สำหรับ บริการถอนเงิน ผ่านแอปพลิเคชัน โมบายแบงก์กิ้ง นั้น ในปี 2026 ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่และมักไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการโอนเงินภายในเครือข่ายธนาคารเดียวกัน หรือแม้แต่บางบริการข้ามธนาคาร ภายใต้กรอบ ระเบียบข้อบังคับ จาก ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ส่งเสริมให้ระบบการชำระเงินมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมอาจเกิดขึ้นในกรณีเฉพาะ เช่น การถอนเงินด่วนไปยังบัญชีธนาคารอื่นแบบทันที (Real-Time) การสั่งจ่ายเงินด้วย เช็ค ที่ต้องการยกเลิกหรือหยุดจ่าย หรือการขอใบแทนเช็ค ซึ่งอัตราค่าธรรมเนียมเหล่านี้จะถูกเปิดเผยอย่างชัดเจนในเอกสาร การเปิดเผยข้อมูลธนาคาร ขณะ เปิดบัญชีเงินฝาก แล้ว

ในส่วนของ ระยะเวลา นี่คือปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันและแปรผันตามช่องทาง ธุรกรรมทางการเงิน การถอนหรือโอนเงินภายในธนาคารเดียวกันผ่านช่องทางดิจิทัลในปัจจุบันเป็นไปแบบเรียลไทม์เกือบทั้งหมด เงินเข้าบัญชีปลายทางทันที แต่สำหรับการโอนเงินข้ามธนาคารผ่านระบบใหม่ๆ ที่รัฐส่งเสริม ระยะเวลาอาจอยู่ที่ไม่กี่วินาทีถึงภายในวันทำการเดียวกัน ในขณะที่การดำเนินการบางอย่างยังต้องใช้เวลา เช่น การถอนเงินจำนวนมากที่ต้องแจ้งล่วงหน้า เนื่องจากสาขาจำเป็นต้องเตรียม สินทรัพย์สภาพคล่อง อย่างเงินสดให้เพียงพอ หรือการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการ ยืนยันตัวตน ที่ซับซ้อน เช่น การขอเปลี่ยน อำนาจเซ็นถอน ในบัญชีร่วม ซึ่งอาจใช้เวลาประมวลผล 1-2 วันทำการ

การเข้าใจ วงเงินฝาก-ถอน ก็เป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขด้านระยะเวลาและค่าธรรมเนียมด้วย เช่น บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ และ บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน มักมีวงเงินถอนผ่านช่องทางต่างๆ ต่อวันไม่เท่ากัน การถอนเงินเกินวงเงินที่กำหนดอาจไม่สามารถทำได้ทันที หรืออาจต้องติดต่อสาขาโดยตรง ซึ่งอาจส่งผลต่อระยะเวลาและอาจมีขั้นตอนเพิ่มเติม การใช้บริการผ่าน ตัวแทนธนาคาร ก็มีวงเงินสูงสุดต่อครั้งและต่อวันเช่นกัน ซึ่งกำหนดโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย และนโยบายความปลอดภัยของแต่ละธนาคาร เพื่อป้องกันความเสี่ยง

เพื่อให้คุณจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรพิจารณาประเด็นเหล่านี้: เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมจากช่องทางต่างๆ: ก่อนทำธุรกรรม ตรวจสอบอัตราค่าธรรมเนียมล่าสุดของช่องทางที่คุณจะใช้ ไม่ว่าจะเป็น ATM, เคาน์เตอร์เซอร์วิส, แอปธนาคาร, หรือ บริการตัวแทนธนาคาร เนื่องจากอาจมีการปรับเปลี่ยนตามนโยบาย วางแผนระยะเวลาล่วงหน้า: หากคุณต้องการเงินจำนวนมากสำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น การชำระค่าสินค้า หรือการลงทุน ควรวางแผนการถอนหรือโอนเงินล่วงหน้า โดยคำนึงถึงวันหยุดธนาคารและระยะเวลาดำเนินการของ ธุรกรรมทางการเงิน นั้นๆ เพื่อไม่ให้กระทบแผนการใช้จ่าย เลือกใช้บัญชีและช่องทางให้เหมาะสม: หากคุณทำ ฝาก-ถอนเงินสด บ่อยครั้ง การเลือก บัญชีเงินฝาก ที่ให้บริการผ่าน จุดให้บริการ หรือตัวแทนที่สะดวกใกล้บ้านโดยมีค่าธรรมเนียมต่ำหรือศูนย์ อาจคุ้มค่ากว่าการเดินทางไปสาขาหลัก การใช้ โมบายแบงก์กิ้ง สำหรับธุรกรรมทั่วไปจะรวดเร็วและมักไม่เสียค่าใช้จ่าย ติดตามการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ: กฎระเบียบสถาบันการเงิน โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย มีการอัปเดตเพื่อตอบสนองต่อเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงนี้อาจส่งผลต่อทั้ง ค่าธรรมเนียม และ ระยะเวลา การทำธุรกรรม การเป็นผู้ใช้บริการที่ตื่นตัวจะช่วยให้คุณปรับตัวได้ทัน

สุดท้ายนี้ โปรดจำไว้ว่า เงื่อนไขการถอนเงิน ด้านค่าธรรมเนียมและระยะเวลานั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียง ธนาคาร พาณิชย์เท่านั้น แต่รวมถึง บริษัทเงินทุน และผู้ให้บริการทางการเงินอื่นๆ ด้วย ซึ่งอาจมีโครงสร้างค่าใช้จ่ายและความเร็วที่แตกต่างกันออกไป การทำความเข้าใจรายละเอียดเหล่านี้อย่างลึกซึ้งจากเอกสารทางการ จะช่วยให้คุณควบคุม ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้การจัดการ สินทรัพย์สภาพคล่อง ของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุดภายใต้ ข้อกำหนดและเงื่อนไข ที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อย

ในปี 2026 หากต้องการถอนเงินหรือโอนเงินเกิน 50,000 บาท ต้องทำอย่างไร?

สำหรับการทำธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปในปี 2026 ไม่ว่าจะเป็นการถอนเงินที่เคาน์เตอร์หรือการโอนผ่านแอปพลิเคชันธนาคารบนมือถือ จะมีมาตรการยืนยันตัวตนที่เข้มงวดขึ้นตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันการฉ้อโกงทางการเงิน การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้การทำธุรกรรมของคุณราบรื่นยิ่งขึ้น

  • การทำธุรกรรมที่เคาน์เตอร์:** เจ้าของบัญชีต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง และพนักงานอาจมีการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของบัญชี
  • ธุรกรรมผ่าน Mobile Banking:** การโอนเงินหรือชำระบิลเกิน 50,000 บาทต่อครั้ง หรือเมื่อยอดรวมต่อวันถึง 200,000 บาท จำเป็นต้องยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า (Biometric Verification)
  • การตั้งค่าวงเงิน:** ผู้ใช้งานสามารถปรับลดวงเงินการทำธุรกรรมต่อวันผ่านแอปพลิเคชันได้ด้วยตนเอง เพื่อจำกัดความเสี่ยงหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

สามารถใช้แค่บัตรประชาชนเพื่อถอนเงินที่ธนาคารได้หรือไม่?

คุณสามารถใช้เพียงบัตรประชาชนตัวจริงเพื่อถอนเงินจากบัญชีของคุณได้ที่เคาน์เตอร์ธนาคารทุกสาขา โดยไม่จำเป็นต้องใช้สมุดบัญชีในกรณีส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขสำคัญคือเจ้าของบัญชีต้องเป็นผู้มาดำเนินการด้วยตนเองเท่านั้น เพื่อให้พนักงานสามารถตรวจสอบและยืนยันตัวตนได้อย่างถูกต้อง

  • เอกสารที่ต้องใช้:** บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุของเจ้าของบัญชี
  • สถานที่ดำเนินการ:** สามารถทำได้ที่เคาน์เตอร์ธนาคารสาขาเท่านั้น ไม่สามารถใช้บัตรประชาชนถอนเงินที่ตู้ ATM ได้
  • ขั้นตอน:** กรอกใบถอนเงินพร้อมลงลายมือชื่อให้ตรงกับที่ให้ไว้กับธนาคาร และยื่นให้พนักงานพร้อมบัตรประชาชน

หากต้องการถอนเงินสดจำนวนมาก ต้องแจ้งธนาคารล่วงหน้าเมื่อมียอดเท่าไร?

โดยทั่วไปในปี 2026 ธนาคารส่วนใหญ่แนะนำให้ลูกค้าแจ้งความประสงค์ล่วงหน้าหากต้องการถอนเงินสดตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป การแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 วันทำการ จะช่วยให้สาขาสามารถสำรองเงินสดไว้ได้อย่างเพียงพอ และช่วยลดระยะเวลาในการรอทำธุรกรรมของคุณที่หน้าเคาน์เตอร์

  • วงเงินที่ควรแจ้ง:** โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ 500,000 บาท แต่อาจแตกต่างกันในแต่ละธนาคารหรือสาขา โดยเฉพาะสาขาในพื้นที่ห่างไกล
  • วิธีการแจ้ง:** สามารถติดต่อสาขาที่ต้องการไปใช้บริการโดยตรงผ่านทางโทรศัพท์ เพื่อแจ้งจำนวนเงินและวันที่ต้องการถอน
  • ประโยชน์:** ทำให้ธนาคารสามารถจัดเตรียมธนบัตรประเภทต่างๆ ตามที่คุณต้องการได้ และทำให้กระบวนการตรวจสอบและอนุมัติเป็นไปอย่างรวดเร็ว

การถอนเงินสดที่เคาน์เตอร์ธนาคารมีขั้นตอนอะไรบ้าง?

การถอนเงินสดที่เคาน์เตอร์ธนาคารเป็นวิธีพื้นฐานที่ปลอดภัยและเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือจากพนักงานโดยตรง ขั้นตอนไม่ซับซ้อนและถูกออกแบบมาเพื่อยืนยันตัวตนของเจ้าของบัญชีอย่างแม่นยำ ป้องกันการทำธุรกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

  • เตรียมเอกสาร:** นำบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง และสมุดบัญชี (ถ้ามี) ไปยังธนาคารสาขาที่สะดวก
  • กรอกแบบฟอร์ม:** รับและกรอกรายละเอียดใน 'ใบถอนเงิน' ให้ครบถ้วน เช่น ชื่อ-สกุล, เลขที่บัญชี, จำนวนเงิน และลงลายมือชื่อให้เหมือนตัวอย่าง
  • ยื่นเอกสารและรับเงิน:** ยื่นเอกสารทั้งหมดให้พนักงานตรวจสอบ เมื่อพนักงานตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว คุณจะได้รับเงินสดพร้อมสลิปเป็นหลักฐาน

เงื่อนไขการถอนเงินไม่ใช้บัตรผ่านตู้ ATM ในปี 2026 เป็นอย่างไร?

บริการถอนเงินไม่ใช้บัตร (Cardless Withdrawal) ยังคงเป็นที่นิยมอย่างสูงในปี 2026 เนื่องจากความสะดวกและปลอดภัย ผู้ใช้สามารถทำรายการผ่านแอปพลิเคชัน Mobile Banking และใช้รหัสที่ได้รับไปถอนเงินสดที่ตู้ ATM ได้ทันทีโดยไม่ต้องพกบัตรเดบิต

  • การสร้างรหัสถอนเงิน:** ต้องทำรายการผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารบนสมาร์ทโฟน เพื่อรับ 'รหัสถอนเงิน' ซึ่งมีอายุการใช้งานจำกัด (ปกติ 5-15 นาที)
  • วงเงินจำกัด:** มีการจำกัดวงเงินถอนต่อครั้ง (เช่น 20,000 - 30,000 บาท) และต่อวัน ซึ่งจะน้อยกว่าวงเงินของบัตรเดบิต
  • ค่าธรรมเนียม:** อาจมีค่าธรรมเนียมหากเป็นการถอนเงินจากตู้ ATM ต่างธนาคารหรือถอนข้ามเขตพื้นที่ให้บริการ

ค่าธรรมเนียมในการถอนเงินข้ามธนาคารหรือข้ามเขตพื้นที่เป็นอย่างไร?

แม้ว่าธนาคารหลายแห่งจะแข่งขันกันด้วยโปรโมชันยกเว้นค่าธรรมเนียม แต่โดยพื้นฐานแล้วการถอนเงินข้ามธนาคารหรือข้ามเขตพื้นที่ยังคงมีค่าบริการอยู่ การตรวจสอบเงื่อนไขของบัญชีที่คุณใช้จะช่วยให้คุณวางแผนการทำธุรกรรมได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

  • ถอนเงินข้ามเขต (ธนาคารเดียวกัน):** โดยทั่วไปมีค่าธรรมเนียมประมาณ 15 บาทต่อรายการ หลังจากใช้โควต้าถอนฟรี (ถ้ามี) หมดไป
  • ถอนเงินต่างธนาคาร:** มักจะฟรี 3-4 ครั้งแรกต่อเดือน หลังจากนั้นจะมีค่าธรรมเนียมประมาณ 10-25 บาทต่อรายการ ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละธนาคาร
  • บัญชีพิเศษ:** บัญชีเงินเดือน (Payroll) หรือบัญชีดิจิทัลบางประเภท มักจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมเหล่านี้เป็นพิเศษ

การถอนเงินจากบัญชีร่วมมีเงื่อนไขแตกต่างจากบัญชีเดี่ยวอย่างไร?

บัญชีร่วมมีเงื่อนไขการถอนเงินที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งถูกกำหนดไว้ตั้งแต่ตอนเปิดบัญชีและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยพลการ การทำความเข้าใจเงื่อนไขเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในการทำธุรกรรมระหว่างผู้ถือบัญชีร่วม

  • บัญชีประเภท 'และ':** การถอนเงินทุกครั้งจำเป็นต้องได้รับความยินยอมและลงลายมือชื่อจากผู้ถือบัญชีร่วมทุกคน ไม่สามารถดำเนินการโดยบุคคลเดียวได้
  • บัญชีประเภท 'หรือ':** ผู้ถือบัญชีร่วมคนใดคนหนึ่งสามารถทำรายการถอนเงินได้โดยอิสระ ซึ่งเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเนื่องจากมีความคล่องตัวสูง
  • การทำธุรกรรมผ่าน ATM:** โดยทั่วไป บัตร ATM จะออกให้กับผู้ถือบัญชีหลักเพียงคนเดียว ซึ่งสามารถทำธุรกรรมได้ตามเงื่อนไขของบัตร

หากทำบัตร ATM หาย ต้องทำอย่างไรเพื่อป้องกันการถอนเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต?

ในกรณีที่ทำบัตร ATM หรือบัตรเดบิตหาย การดำเนินการอย่างรวดเร็วที่สุดคือหัวใจสำคัญในการป้องกันความเสียหายทางการเงิน ธนาคารได้จัดเตรียมช่องทางฉุกเฉินเพื่อให้ลูกค้าสามารถอายัดบัตรได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

  • อายัดบัตรทันที:** ช่องทางที่เร็วที่สุดคือการอายัดบัตรด้วยตนเองผ่าน Mobile Banking Application หรือติดต่อ Call Center ของธนาคารผู้ออกบัตร
  • ตรวจสอบรายการล่าสุด:** หลังจากอายัดบัตรเรียบร้อยแล้ว ควรตรวจสอบรายการเดินบัญชีย้อนหลังทันทีเพื่อค้นหาธุรกรรมที่ผิดปกติ
  • ติดต่อสาขาเพื่อทำบัตรใหม่:** เดินทางไปยังธนาคารสาขาพร้อมบัตรประชาชนตัวจริง เพื่อดำเนินการขอออกบัตรใหม่ทดแทนใบเดิม